배너

Interview (Trans)

  • home
  • Yuri's News
  • Interview (Trans)

Photobucket



ยูริถ่ายแฟชั่นลงนิตยสาร "Harper’s Bazaar" ฉบับเดือนกรกฎาคม พร้อมกับให้สัมภาษณ์ที่มาที่ไปของการก้าวเข้ามาเป็นนักแสดงของเธอ


ก่อนที่แสงแฟลชจะดับลง ฉันบอกกับ ควอนยูริ ว่าฉันอยากจะถ่ายภาพเธอ "ในฐานะที่เป็นนักแสดง" อย่างไรก็ดี หญิงสาวที่เคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียงกันท่ามกลางคนตั้ง 9 คนบนเวที ผู้ซึ่งแบกโลโก้ "นักแสดง-ไอดอล" เอาไว้ ก็รู้สึกกังวลใจว่าตัวเธอเองจะสามารถแกร่งพอที่จะยืนอยู่เพียงลำพังคนเดียวได้หรือไม่ ตลอดการถ่ายแบบ เธอพูดซ้ำๆ ว่า "ฉันไม่ใช่สมาชิกโซนยอชิแดนะคะ ฉันเป็นนักแสดง" เหมือนกับโดนสะกด ทำให้ฉันรู้สึกจุกๆ ยังไงไม่รู้ ผู้หญิงที่มีดวงตาน่ามหัศจรรย์คนนี้ เปลี่ยนจากคนที่ดูยั่วยวนกวนอารมณ์แต่ก็ไม่น่าสนใจ ไปเป็นคนที่มีเสน่ห์น่าดึงดูเข้าขั้นอันตรายสุดขีด แต่เมื่อไรที่กล้องหยุด เธอก็จะหัวเราะคิกคักและกลับไปเป็นเด็กสาวดังเดิม "การถ่ายแบบเป็นงานหนึ่งที่ฉันชอบมากเลยค่ะ เพราะมันเป็นงานที่จุดด่างพร้อย (บนใบหน้า) สามารถมองเห็นได้ชัดเจน หรือมีช่วงเวลาที่ฉันทำหน้าตาประหลาดๆ ที่ไม่ค่อยสวยเท่าไร นั่นคือความสนุกของมันค่ะ" นั่งมองเธอหัวเราะให้กับ "การตัดต่อที่น่าอับอาย" ของตัวเอง ช่วงที่ตาของเธอปรือแค่ครึ่งเดียว ทำให้ฉันคิดว่าเธอคงเป็นคนที่ไม่กลัวที่จะผิดหวังหรือพบกับความล้มเหลว


คงไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายนักที่จะก้าวจากการเป็น โซนยอชิแด "ยูริ" มาเป็น นักแสดง "ควอนยูริ" ที่รับบทหลักในละคร "Fashion King" มีไอดอลจำนวนมากที่คว้าโอกาสทางการแสดง ซึ่งนำไปสู่การสร้างละครที่มีไอดอลเป็นนักแสดงหลัก นั่นหมายความว่ายูริต้องยืนอยู่บนมาตรฐานสองด้าน การเป็นคนที่หน้าตาคุ้นในตำแหน่งที่ไม่คุ้น คำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมทั่วไปก็จะตรงกว่าและหนักกว่า นอกจากนี้ เธอยังเป็นจุดสนใจของคลื่นไอดอล (idol wave) และเป็นสมาชิกของวงโซนยอชิแดที่เดินทางมาแล้วทั่วโลก แล้วยังมีอะไรอีกล่ะที่คุณยังจะคาดหวังอีก "ฉันคิดว่ามันคงจะเป็นเรื่องที่ง่ายกว่านี้ ถ้าสมมติว่าฉันไม่รู้อะไรเลย แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็เป็นนักร้องที่คุ้นเคยอยู่กับเวที คุ้นเคยอยู่กับการถูกดูแลโดยทีมงานและการมีกล้อง การทำงานที่กองถ่ายก็ไม่ใช่เรื่องที่ไม่คุ้นเคยอย่างสิ้นเชิงนะคะ เพียงแต่ว่ามันก็ไม่ใช่ที่ที่ฉันจำเป็นต้องคุ้นเคยกับมันเหมือนกัน มันเป็นเรื่องน่าหนักใจเหมือนกันนะคะ เพราะความคาดหวังที่ผู้คนมีต่อชื่อของโซนยอชิแดนี่แหล่ะ มันยากที่จะละทิ้งอะไรพวกนั้น แต่จริงๆ แล้วก็เป็นสิ่งที่ถูกที่จะทำค่ะ" สิ่งเหล่านี้คงจะเป็นย่างก้าวแรกที่ยากมากสำหรับเธอเมื่อเธอเริ่มที่จะไม่ไม่ใส่ใจกับมัน โดยไม่มีความกล้าหรือไม่มีแม้แต่ประสบการณ์ที่แกร่งพอ ถูกอยู่ที่การจะได้รับโอกาสก้าวเข้ามาเป็นนักแสดงนั้นอาจจะง่ายกว่าเมื่อเทียบกับเหล่านักแสดงหน้าใหม่อื่นๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อุปสรรคที่ "นักแสดง" ที่แท้จริงจำเป็นต้องผ่านไปให้ได้นั้นมันสูงกว่ากันเยอะ "ฉันอยากจะทำงานแสดงก่อนที่จะเดบิวต์เป็นนักร้องซะอีกค่ะ นี่คือเหตุผลว่าทำไมฉันเลือกเรียนวิชาเอกการละคร เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ฉันอยากทำมานานมากแล้วค่ะ มันเหมือนเป็นสิ่งที่ขาดหายไปมากกว่าเป็นสิ่งที่ฉันได้เข้าไปสัมผัสจริงๆ ซะอีก ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีค่ะเวลาที่ไม่สามารถแสดงออกในสิ่งที่คิดว่าฉันน่าจะทำได้ดีกว่านี้ ด้วยเนื้องานและเวลาที่จำกัด ก่อนที่ฉันจะมีเวลานึกถึงตัวคาแร็คเตอร์ ฉันจะต้องจัดการกับเรื่องที่สำคัญเป็นอันดับแรกๆ อย่างเช่น จำบทให้ได้เร็วที่สุดแล้วก็ถ่ายมันเลย ฉันไม่ค่อยชินกับสภาพการทำงานแบบนั้นและสิ่งที่วางแผนไว้มันก็ไม่เป็นไปตามที่ฉันตั้งใจค่ะ ฉันก็เลยเสียใจ" ทุกๆ คำพูดที่ฉะฉานและการแสดงออกที่บ่งบอกว่าเธอต้องการและใส่ใจกับงานชิ้นนี้มากแค่ไหน ภาระที่หนักหนาในช่วงเวลานั้นเป็นอย่างไรก็คงสามารถรู้รับและสัมผัสมันได้



Photobucket


การได้ทำงานเป็นหนึ่งในสมาชิกโซนยอชิแดมาก่อน ทำให้เธอได้พบแต่กับประสบการณ์ที่สนุกสนานและการได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานมาตลอด การสื่อสารของเธอกับนักแสดงคนอื่นๆ ในละคร "Fashion King" ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ส่งให้เธอสามารถแสดงบทร้องไห้และหัวเราะในแบบ ชเว อันนา ได้ ถึงแม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่คุ้นชินนัก และแทนที่จะแสดงสัญชาตญาณนักแสดงออกมาอย่างทันทีให้โดดเด่นกว่านักแสดงคนอื่นๆ เธอกลับเลือกที่จะขอคำแนะนำจากรุ่นพี่ที่ทั้งอายุไล่เลี่ยและก็เด็กกว่าตัวเธอเอง เธอไม่ลังเลที่จะถามคำถามถ้าเธอไม่แน่ใจกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง "มันคงจะเป็นเรื่องที่ง่ายกว่านี้มากค่ะ ถ้าสมมติว่าพวกเขาจะเป็นรุ่นพี่ที่อายุมากกว่าฉันหลายปี แต่มันกลับเป็นเรื่องที่ยากเพราะว่าเราอายุไล่เลี่ยกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เมื่อตอนที่ฉันเข้าไปหาพวกเขาในทีแรก พวกเขาก็ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี ฉันมีความสงสัยตรงที่ว่า มันถูกแล้วหรือเปล่าที่ฉันรู้สึกถึงความรู้สึกเหล่านี้แบบที่ฉันกำลังรู้สึก หรือถ้าฉันจะแสดงออกมาอย่างคล่องแคล่วไปเลยมันจะดีหรือไม่ ตอนฉันถามพี่อาอินบอกว่า เขารู้สึกกดดันในการแสดงออกความรู้สึกภายในของเขา และนั่นก็ช่วยให้ผ่อนคลายค่ะ คุณรู้มั้ย คาแร็คเตอร์ที่พี่อาอินเล่นเป็นบทที่ออกมาจากการเป็นคนโผงผางตรงไปตรงมาและเป็นคนที่ต้องยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง"


เหมือนที่ ควอนยูริ บอกเธออาจจะไม่สามารถทำให้สคริปของเธอออกมาได้อย่างเพอร์เฟ็คตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็เป็นผู้หญิงที่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้ ว่าเธอต้องการอะไร และถึงแม้ว่าเวลาที่เธอมีข้อสงสัย เธอก็รู้วิธีที่จะรับมือและปล่อยวางกับมันซะ "พี่ฮาจองอู เป็นรุ่นพี่ที่เรียนของฉันค่ะ เขาบอกฉันว่า แทนที่จะมาหวังว่าจะได้รับคำแนะนำหรือคิดว่าจะได้รับอะไรเดี๋ยวนั้นเลย ให้คิดซะว่ามันเป็นก้าวของการเรียนรู้ เขาบอกว่าการทำงานละครชิ้นนี้เป็นประสบการณ์ที่ดีมากและถือเป็นการเรียนรู้สำหรับฉันไปในตัวด้วย เพราะงั้นฉันก็เลยมีความสุขกับช่วงเวลานั้นค่ะ ฉันเพิ่งจะได้มาเข้าใจว่าพี่เค้าหมายความว่ายังไงก็ตอนละครมันจบนี่แหล่ะค่ะ" 



Photobucket


แน่นอนว่าเมื่อแรกเริ่ม เธอคงแค่อยากวิเคราะห์ตัวคาแร็คเตอร์ของเธอ "ฉันพยายามที่จะค้นหานิสัยและบุคลิกโดยละเอียดของเธอค่ะ เมื่อฉันเริ่มสร้าง ชเว อันนา ขึ้นมาแล้ว แทนที่จะทำให้เป็นคนแบบนั้น ฉันยังพยายามสร้างสิ่งอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น การแสร้งพูดด้วยโทนเสียงที่แปลกๆ การแสร้งทำไม้ทำมือหรือบุคลิกที่แปลกๆ มันทำให้ฉันนึกถึงสิ่งอื่นๆ ได้ ก่อนที่จะทำการแสดงบทเศร้า ฉันจะคอยบอกตัวเองว่าฉันกำลังเศร้าและก็จะสะกดจิตตัวเองค่ะ" หลังจากเป็นกังวลกับเพื่อนร่วมงานและกับตัวเองแล้ว ในที่สุด เธอก็ค้นพบความคล้ายคลึงกันระหว่าง ชเว อันนา และตัวเธอเอง ในขณะที่คาแร็คเตอร์ของ ชเว อันนา ในละครคือหญิงสาวที่ละทิ้งอดีตที่เจ็บปวดขมขื่นไว้เบื้องหลัง และมุ่งมั่นที่จะไปสู่ความสำเร็จ เธอก็เหมือนกับผู้หญิงทั่วๆ ไปในยุคนี้ที่ต่างก็ต้องการจะทำในสิ่งที่ถูกกำหนดให้ทำและจะไม่ยอมแพ้ ถึงแม้ว่าจะถูกความรักทอดทิ้งแบบในเรื่องก็ตามที ไม่เพียงแต่ว่าเธอจะถอดแบบภาพลักษณ์ "หญิงสาวในเมือง" เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เธอยังเริ่มสิ่งใหม่ด้วยการเข้าใจและเห็นอกเห็นใจปูมหลังของคาแร็คเตอร์ "โซนยอชิแด-ยูริ จะเป็นคนที่มีภาพลักษณ์สดใสและมองโลกในแง่ดีตลอดเวลาค่ะ แต่ตัวคนที่ชื่อ ควอนยูริ จริงๆ แล้วเป็นคนที่ชอบใช้เวลาส่วนตัวตามลำพัง และก็เป็นคนธรรมดาๆ คนนึงที่มีความกังวลและก็ตั้งใจทำงาน ตอนช่วงการเป็นเด็กฝึกหัดที่ยาวนานนั้น ฉันรู้สึกว่าเส้นทางนี้ไม่ใช่เส้นทางของฉันและวันเวลาก็จะเกิดขึ้นอีกซ้ำๆ ในวันพรุ่งนี้ แต่ถ้าหากวันรุ่งขึ้นทุกอย่างออกมาดี ฉันก็จะคิดซะว่ามันเป็นความรับผิดชอบของฉันและก็จะเริ่มวิ่งตามความฝันของฉันอีกครั้งค่ะ ชเว อันนา ก็เป็นแบบนี้เหมือนกันค่ะ ถึงแม้ว่าจะถูกความรักทอดทิ้ง แต่เธอก็ลุกขึ้นสู้ในวันต่อมา และก็เป็นอย่างนี้เช่นเดียวกันกับเวลาผิดพลาดให้กับเรื่องงาน"



Photobucket


ต่างจากเวลานักร้องที่ "เปลี่ยนแปลง" สู่การเป็นนักร้องแล้วมักจะรักษาภาพลักษณ์เดิมๆ เอาไว้ ตัวเลือกของเธอนั้นชัดเจนและกล้าเสี่ยง ถ้าจุดขายของเธอคือการเป็นคนมีสุขภาพดีแข็งแรง มีเสียงหัวเราะที่จริงใจ มันก็คงจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับเธอที่จะรับบทที่มีคาแร็คเตอร์สดใสและร่าเริง ถ้าอย่างั้น ทำไมเธอถึงเลือกที่จะรับบทหรูหราฟู่ฟ่าแต่ทว่าก็เศร้าสลดอย่าง ชเว อันนา เป็นบทบาทแรกทางการแสดง? "ก็คงจะมีเหตุผลหลายอย่างค่ะ แต่ฉันอยากจะแยกตัวตนระหว่าง โซนยอชิแด-ยูริ กับ นักแสดงควอนยูริ ออกจากกัน แทนที่จะมาแสดงคาแร็คเตอร์ที่ 'เหมือนฉัน' ฉันคิดว่าฉันอยากจะโชว์ให้เห็นด้านที่แตกต่างออกไป ฉันอยากจะโชว์อีกด้านหนึ่งที่มีอยู่มากมายภายในตัวฉันสำหรับครั้งแรกค่ะ ประเด็นของฉันก็คือ "ฉันหวังว่าจะไม่ทำให้พวกเขานึกถึง 'โซนยอชิแด' ค่ะ " อย่างไรก็ดี ตลอดช่วงเวลาที่ฉันได้ดู "Fashion King" ฉันก็มองไม่เห็น โซนยอชิแด-ยูริ ในตัวของ ชเว อันนา เลย ตั้งแต่ท่วงท่าการก้าวเดินลงน้ำหนักปลายเท้า ความใจกล้า การแสดงออกอย่างเหนียมอาย รวมไปถึงวิธีการพูดจา การที่เธอสะเทือนใจแต่พยายามที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง หรือแม้แต่ฉากที่เธอต้องกินยาระงับประสาทหลังจากสูญเสียความรัก มันเป็นอะไรที่ยากมากที่จะนึกถึงภาพน่ารักสดใสของ "ยูริ" ที่เห็นกันบนเวที หลังจากนั่งฟังคำพูดของฉันอย่างตั้งใจแล้ว เธอก็บอกว่าเธอได้บรรลุเป้าหมายแรกที่ตั้งเอาไว้แล้ว และเพิ่มเติมสิ่งนี้เข้าไปกับการพูดจาที่ไม่เหมือนใครของเธอ ราวกับว่าเธอกำลังร้องเพลงอยู่ "ยังไงก็ตาม คราวต่อไป ฉันหวังว่าฉันจะได้เล่นบทที่มีความสดใสกว่านี้นิดหน่อย ได้ยิ้มสวยๆ ได้โชว์ความน่ารัก และได้รับความรัก ไม่ต้องมีคำถาม!"


ควอนยูริ เป็นคนกล้าหาญ ไม่ว่าจะเป็นคำถามอะไรที่ฉันโยนใส่เธอ เธอไม่โกหกบิดเบือนมัน เธอรู้วิธีการตอบตอบคำถามที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเหล่านั้นอย่างชาญฉลาด และรู้ตัวอีกด้วยว่าตัวเองมีลักษณะนิสัยด้านดีและไม่ดีอะไรบ้าง และก็ไม่ได้พยายามที่จะซ่อนสิ่งเหล่านั้นเอาไว้ เธอแสดงออกถึงความฉลาดหลักแหลม ความมีชีวิตชีวาเชื่อมั่น ในขณะอยู่ในกองถ่ายแบบ เธอจะปล่อยมุกตลกและเดินไปหาช่างภาพแล้วก็พูดออกมาว่า "ฉันคิดว่าเรามีรสนิยมเหมือนกันนะคะ!" พลังชีวิตของเธอมาจากการที่เธอมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ "คนที่มีสุขภาพดีคือคนที่สวยที่สุดค่ะ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมฉันถึงออกกำลังกาย ใช้เวลาตามลำพัง และออกไปเที่ยว ร่างกายและจิตใจของคนเราเชื่อมโยงกัน เพราะฉะนั้นถ้าจิตใจของคุณแข็งแรง มันก็จะแสดงออกมาตามธรรมชาติสู่ภายนอก ฉันคิดว่าการมีเวลาตามลำพังนอกเหนือจากเวลางานเป็นสิ่งที่จำเป็นค่ะ ในวันที่ว่างงาน ฉันก็จะเล่นอะไรหลายอย่าง ฉันทำโยคะ ว่ายน้ำ และก็เริ่มเรียนศิลปะการป้องกันตัวเมื่อเร็วๆ นี้ด้วยค่ะ ก็มีพวกขี่ม้า ชกมวยเตะต่อย และก็ฟันดาบ ฉันทำมันหมดแหล่ะค่ะ (หัวเราะ)" ดูจากสิ่งต่างๆ ที่เธอทำนั้น ฉันคิดว่าเราอาจจะได้เห็น ควอนยูริ ในบทบาทประเภทอื่นมากกกว่านี้ก็เป็นได้ 



Photobucket


การแบ่งชีวิตส่วนตัวและเวลางานออกจากกันได้เป็นอย่างดี และการทำสองสิ่งไปมาได้อย่างคล่องตัว การมีไลฟ์สไตล์ที่สุขภาพดีของเธอก็แสดงออกมาบนใบหน้าของเธอเอง เมื่อช่วงเวลาเหล่านั้นผสมผสานกันลงตัว ความชัดเจนของลักษณะนิสัยก่อเกิดให้เป็นสีหน้าของบุคคลนั้น เกิดเป็นวิธีการพูดจา และท่าทางต่างๆ และหล่อหลอมให้เป็นชีวิตของบุคคลนั้นและหลักความจริงของชีวิตก็สอดคล้องเด่นชัดออกมา "เวลาที่ฉันมองดูนักแสดงหรือนักร้องที่ฉันชอบ พวกเขาไม่ได้มีแค่หน้าตาที่สะสวยดูดีเท่านั้นนะคะ แต่ร่องรอยทางเดินของชีวิตจากตัวคนๆ นั้นต่างหากที่ทำให้พวกเขาสวยงาม สิ่งแวดล้อมรอบตัวของพวกเขาไล่ไปถึงการเลือกใช้ถ้อยคำและสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ทุกอย่าง ที่ทำให้ 'คนๆ นั้น' (สวยงาม)" ดูเหมือนว่าเธอจะวางซ้อนสิ่งเหล่านั้นทีละชั้นๆ เพื่อที่จะทำให้มันเหมาะสมเข้าที่เข้าทาง "ก่อนที่ฉันจะบอกว่าฉันอยากจะเป็นนักแสดงประเภทไหน ฉันอยากจะขอเป็นคนที่ตรงไปตรงมาและสมบูรณ์พร้อมไปด้วยสุขภาพและพลังงานที่ดี เป็นคนที่มีเสน่ห์อย่างคาดไม่ถึง ที่สามารถจะแสดงบทบาทใดก็ได้โดยไม่ต้องสนใจว่าฉันจะสวมใส่อะไรอยู่ ถ้าสมมติว่าฉันได้เป็นคนแบบนั้น แน่นอนว่า ฉันก็น่าจะสามารถกลายเป็นนักแสดงประเภทนั้นได้ ใช่มั้ยคะ?" บางคนอาจจะเปรียบเทียบไอดอลกับตุ๊กตา แต่ว่า ควอนยูริ ไม่ใช่กรณีนั้น ฉันนึกภาพเด็กสาวไร้เดียงสาที่มีความกระตือรือร้นในวัย 24 ปี แต่ว่าตอนนี้ เธอคือหญิงสาวที่มีความจริงจังทุ่มเทต่องานแสดงและตั้งใจทำงานเพื่อที่จะแก้ไขงานที่มีอยู่ในมือ เธอจะไม่ตื่นตระหนก เธอจะทำความฝันของเธอให้เสร็จสมบูรณ์อย่างสบายๆ ไม่รีบร้อน และเราก็จะโชคดีที่ได้อ้าแขนรับเอานักแสดงหญิงที่ชื่อว่า ควอนยูริ เอาไว้อีกหนึ่งคน



Source: Harper’s Bazaar Magazine,DC Yuri Gallery

Photos scan credit: www.kwonyuri125.com

Eng trans: ch0sshi@soshified

Eng edited by: MoonSoshi9@soshified

แปลไทย/เรียบเรียง: www.kkabyul.com | Kwon Yuri's Thailand Fansite

หากนำออกไป กรุณาให้เครดิตทั้งหมดด้วย

No. Subject Author Date Views
18 [Trans] บทสัมภาษณ์ยูริในนิตยสาร Marie Claire ฉบับเดือนธันวาคม 2018 Grizzlykuma 2018.11.23 443
17 [TRANS] บทสัมภาษณ์ยูริจาก JIMFF 2018 DAILY NO.3 Grizzlykuma 2018.08.25 745
16 [Trans] บทสัมภาษณ์ยูริในนิตยสาร Grazia ฉบับเดือนกรกฎาคม 2018 Grizzlykuma 2018.06.22 655
15 [TRANS] Yuri - hashtaglegend Magazine Interview Grizzlykuma 2018.06.03 729
14 [TRANS] Yuri - W Korea’s August issue Interview Grizzlykuma 2017.07.21 1137
13 [TRANS] Yuri - SBS Power FM Bae Song Jae TEN Interview Grizzlykuma 2016.07.09 1558
12 [TRANS] Yuri - The celebrity Magazine Interview file Grizzlykuma 2015.06.21 2835
11 [TRANS] Yuri and Sooyoung People Chung-Ang Newspaper Grizzlykuma 2015.06.02 1753
10 [TRANS]Yuri Cosmopolitan June 2015 Star Interview Grizzlykuma 2015.05.22 1735
9 [TRANS] Yuri - Singles Magazine interview Grizzlykuma 2015.05.05 3240
8 [TRANS] Yuri - Milk Magazine interview file Grizzlykuma 2015.02.09 2553
7 บทสัมภาษณ์ยูริจากนิตยสาร NYLON ฉบับเดือนธันวาคม 2014 file mind_name 2014.11.25 3801
6 Cosmopolitan November Issue - Yuri Interview [1] file Grizzlykuma 2013.10.18 5895
5 บทสัมภาษณ์ยูริในนิตยสาร 'CeCi' ฉบับเดือนกันยายน mind_name 2012.08.23 7640
4 บทสัมภาษณ์จากนิตยสาร @Star1 เฉพาะส่วนของ 'ยูริ' [4] mind_name 2012.06.22 8749
» บทสัมภาษณ์ของยูริ The Flying Girl จากนิตยสาร ‘Harper’s Bazaar’ [4] mind_name 2012.06.21 11296
2 บทสัมภาษณ์ของยูริใน Woman Chosun "ฉันไม่ใช่เด็กสาวแล้วนะคะ" [10] [1] file Kwonmickeysure 2012.05.04 8241
1 [INTERVIEW] เปิดใจ 'ควอน ยูริ' กับบทบาทใหม่ในฐานะนักแสดง mind_name 2012.03.19 8503
nextep banner

Kkabyul.com เว็บแฟนไซต์ที่ไทยของยูริ ถามว่าทำไมต้องเป็นกั๊บยูล? กั๊บยูลเปนฉายาของยูริเป็นชื่อที่แฟน ๆ เรียกและยูริเองก็รู้จักฉายานี้ของตัวเองด้วย และเมื่อเรานึกถึงบุคลิกของยูริก็จะนึกถึงความขี้เล่นที่น่ารักของยูริค่ะ เลยอยากให้คนจดจำยูริแบบนี้ เพราะมันชวนอมยิ้มดีค่ะ



COPYRIGHT ⓒ ALL RIGHT RESERVED.

Sign In

로그인폼

Keep me signed in.